เวลาพูดถึงการตรวจงานก่อสร้าง หลายคนคงนึกถึงภาพวิศวกรหรือผู้รับเหมาเดินถือแฟ้มเอกสาร กางแปลน และจดโน้ตลงบนกระดาษ ซึ่งเป็นวิธีการตรวจงานก่อสร้างแบบดั้งเดิมที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในแทบจะทุกวงการ แม้แต่การตรวจไซต์งานก็ไม่ยกเว้น เพราะเรามีระบบดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความสะดวกสบายมากขึ้น
บทความนี้จึงมาเปรียบเทียบการตรวจงานก่อสร้างแบบเดิม VS แบบสมัยใหม่ให้เห็นภาพชัด ๆ กันไปเลยว่าสองรูปแบบนี้แตกต่างกันอย่างไร มีข้อดี-ข้อจำกัดอะไรบ้าง และสุดท้าย แบบไหนตอบโจทย์มากกว่ากัน !
วิธีการตรวจงานก่อสร้างแบบดั้งเดิม
ลักษณะการทำงานแบบนี้ถือเป็นแนวทางที่ช่างและผู้ควบคุมงานคุ้นเคยมานาน เพราะอาศัยการตรวจสอบด้วยประสบการณ์และเครื่องมือช่างเป็นหลัก โดยจะไม่มีระบบดิจิทัลเข้ามาช่วย
- ผู้ตรวจต้องเดินสำรวจไซต์งานจริงด้วยตนเอง
- ใช้แบบแปลน รายงานการตรวจ และเช็กลิสต์บนกระดาษ
- บันทึก Defect หรือปัญหาที่เจอลงสมุดโน้ตหรือกระดาษแยกอีกที
- หลังเสร็จสิ้น ต้องนำข้อมูลกลับไปพิมพ์หรือรายงานในไฟล์ Excel/Word เพื่อส่งต่อ
ข้อดีของการตรวจไซต์งานแบบดั้งเดิม
- เข้าใจง่าย ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ไฮเทค
- สามารถทำงานได้ทุกสภาพแวดล้อม แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ตหรืออุปกรณ์ดิจิทัล
ข้อจำกัดของการตรวจไซต์งานแบบดั้งเดิม
- ข้อมูลกระจัดกระจาย เสี่ยงต่อการตกหล่น
- ใช้เวลาในการทำรายงานนาน เพราะต้องเขียนซ้ำทั้งในหน้างานและในไฟล์รายงาน
- การสื่อสารระหว่างทีมมีความล่าช้า เนื่องจากต้องรอให้ทุกฝ่ายรวบรวมเอกสารก่อนส่งต่อข้อมูล
- ขาดระบบติดตามผล ทำให้การแก้ไขปัญหา Defect ไม่เป็นระบบ และอาจเกิดความซ้ำซ้อน
วิธีการตรวจงานก่อสร้างแบบดิจิทัล
ด้วยข้อจำกัดของการทำงานด้วยกระดาษ วิธีการตรวจไซต์งานแบบดั้งเดิมจึงเริ่มไม่ตอบโจทย์ในโครงการที่มีขนาดใหญ่ หรือมีทีมงานหลายกลุ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง หลายองค์กรจึงเริ่มเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันตรวจงานก่อสร้าง เช่น FASTInspect เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นระบบมากขึ้น
- ใช้งานผ่านมือถือหรือแท็บเล็ตได้โดยตรง
- สามารถเปิดดูแบบแปลน เช็กลิสต์ และบันทึก Defect ได้ในที่เดียว
- ถ่ายรูปและใส่โน้ตอธิบายปัญหาได้ทันที พร้อมพิกัดตำแหน่ง
- ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในระบบกลาง เชื่อมต่อกับทีมงานทุกฝ่าย
ข้อดีของการตรวจงานก่อสร้างแบบดิจิทัล
- ประหยัดเวลา ไม่ต้องเขียนรายงานซ้ำหรือแนบรูปภาพเพิ่ม
- อัปเดต Defect แบบ Real-Time ทำให้ทีมงานรู้ปัญหาและสามารถแก้ไขได้ทันที
- ลดโอกาสตกหล่นของข้อมูล และสามารถย้อนกลับไปตรวจสอบได้ง่าย เพราะระบบจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียว
- การสื่อสารภายในทีมรวดเร็วขึ้น ช่วยให้เห็นปัญหาและความคืบหน้าชัดเจน
- จัดลำดับความสำคัญได้ชัดเจน เช่น ฟีเจอร์ใน FASTInspect ที่ช่วยให้ผู้ควบคุมงานรู้ว่า Defect ไหนควรเร่งแก้ก่อน ทำให้บริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อจำกัดของการตรวจงานก่อสร้างแบบดิจิทัล
- จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดิจิทัล เช่น สมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต
- อาจต้องมีช่วงเวลาสั้น ๆ สำหรับการเทรนทีมงานให้คุ้นชินกับระบบ

เทียบชัด ! การตรวจงานก่อสร้างแบบเดิม VS แบบสมัยใหม่ แบบไหนตอบโจทย์
เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกขั้นตอนของงานก่อสร้าง การตรวจไซต์งานก็ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม โดยตารางเปรียบเทียบระหว่างการตรวจงานก่อสร้างแบบเดิม VS แบบสมัยใหม่ด้านล่างนี้ จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานไปอย่างไรบ้าง
|
คุณสมบัติ |
การตรวจงานก่อสร้างแบบดั้งเดิม |
การตรวจงานก่อสร้างแบบดิจิทัล |
|
ความรวดเร็ว |
ใช้เวลานาน ต้องเขียนรายงานซ้ำ |
อัปเดตทันทีในระบบแบบ Real-Time |
|
ความแม่นยำ |
มีโอกาสตกหล่นหรือข้อมูลซ้ำซ้อน |
ข้อมูลรวมศูนย์ ตรวจสอบย้อนหลังได้ |
|
การสื่อสารภายในทีม |
ต้องรอเอกสารกว่าจะส่งต่อถึงกัน |
เชื่อมต่อข้อมูลทุกฝ่ายแบบทันใจ |
|
ต้นทุนเวลา |
เสียเวลาในขั้นตอนจัดการเอกสาร |
ลดเวลาได้มากกว่า 50% |
|
ความสะดวก |
ต้องพกแฟ้มและเอกสารหลายชุด |
ใช้อุปกรณ์เดียวครบทุกขั้นตอน |
จะเห็นได้ว่า ระบบดิจิทัลเหนือกว่าเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องเวลาและความแม่นยำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารโครงการก่อสร้างยุคใหม่
FASTInspect ตัวช่วยยกระดับการตรวจไซต์งานก่อสร้าง
หากจะพูดถึงแพลตฟอร์มตรวจงานก่อสร้างที่ตอบโจทย์องค์กรยุคดิจิทัลมากที่สุด หนึ่งในเครื่องมือที่เราอยากแนะนำคือ FASTInspect แอปพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การตรวจไซต์งานก่อสร้างเป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และโปร่งใสมากยิ่งขึ้น
จุดเด่นของ FASTInspect
- ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นผู้ควบคุมงาน วิศวกร หรือผู้รับเหมา ก็สามารถเข้าใจระบบได้อย่างรวดเร็ว
- อัปเดต Defect แบบ Real-Time เมื่อทีมงานในไซต์เจอปัญหา ข้อมูลจะถูกส่งเข้าระบบทันที พร้อมรูปภาพและรายละเอียด
- ระบบส่งงานเพื่อให้หัวหน้างานตรวจและอนุมัติ งานตรวจของลูกทีมสามารถถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบและอนุมัติได้ในระบบเดียว ช่วยให้หัวหน้างานติดตามคุณภาพงาน ตรวจความถูกต้อง และควบคุมมาตรฐานได้อย่างเป็นระบบ
- ลดเวลาในการทำงานและส่งรายงาน หมดปัญหาการการทำงานซ้ำซ้อน ที่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ หรือจัดทำรายงานหลายรอบ
- สามารถใช้งานได้ในโครงการทุกขนาด ตั้งแต่บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม ไปจนถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่
- ตอบโจทย์ทั้งผู้พัฒนาและผู้รับเหมา เพราะช่วยให้ติดตามความคืบหน้าและบริหาร Defect ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เป็นระบบบริหารคุณภาพงานก่อสร้าง ที่ช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นภาพรวมของโครงการได้ชัดเจนขึ้น ตั้งแต่เริ่มตรวจงานจนถึงขั้นตอนส่งมอบ
- ส่งรายงานผ่านระบบได้ทันที ระบบสามารถออกรายงานการตรวจงานก่อสร้างและสรุป Defect ได้โดยอัตโนมัติ ลดขั้นตอนการจัดทำเอกสาร และสามารถนำรายงานไปใช้สื่อสารกับทีมงาน ผู้บริหาร หรือเจ้าของโครงการได้ทันที
สรุปได้ว่า แม้วิธีดั้งเดิมยังคงใช้งานได้ แต่จะไม่ตอบโจทย์เรื่องความรวดเร็ว ความแม่นยำ และความสะดวกในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน ในขณะที่ระบบตรวจงานก่อสร้างอย่าง FASTInspect จะช่วยยกระดับการตรวจไซต์งานให้ทันสมัยขึ้น สื่อสารได้แบบ Real-Time ประหยัดเวลา และลดความผิดพลาดในการทำงาน
ใครที่กำลังมองหาเครื่องมือเพื่อปรับการทำงานให้ง่ายและเร็วขึ้น ลองเปิดใจเลือกใช้ FASTInspect แล้วจะรู้ว่าการตรวจงานก่อสร้างไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเหมือนเดิมอีกต่อไป สามารถใช้งานได้ทั้งบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน รองรับทั้งระบบ iOS และ Android
ติดต่อสอบถามหรือสมัครใช้บริการได้ที่
โทร: 099-826-3928 หรือ 080-447-0066
อีเมล: sales@iconframework.com
ข้อมูลอ้างอิง
- Traditional vs Digital Construction: the battle for digitalisation. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 จาก https://www.linkedin.com/pulse/traditional-vs-digital-construction-battle-mark-king/.

